เทคนิคการใช้สื่อประสม (Multimedia)

        ในขั้นตอนการออกแบบและพัฒนากรอบเนื้อหา (Frame Script) ต่อเนื่องมาถึงกระบวนการสร้างบทเรียนลงบนคอมพิวเตอร์นี้ ผู้พัฒนาควรพิจารณาเทคนิคในการนำสื่อประสมหรือมัลติมีเดีย (Multimedia) มาผสมผสาน
เพื่อให้กรอบเนื้อหาแต่ละกรอบทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังรายละเอียดต่อไปนี้
(วุฒิชัย ประสานสอย, 2543)

1. เอกสารสื่อข้อความ (Text)
       เอกสารสื่อข้อความนี้จะเกี่ยวข้องกับการอธิบายกลวิธีสร้างนำเสนอเนื้อหาบนจอภาพด้วยข้อความ เช่น การสรุปเนื้อหา การอธิบายเทคนิคพิเศษ (Special Effect) เพื่อกำหนดปริมาณการนำเสนอและเทคนิคซึ่งต้องได้รับการกำหนดรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง ได้แก่ การเคลื่อนที่ของตัวอักษร (Motion) เทคนิคเปลี่ยนอักษร (Effect) หรืออื่นๆข้อความที่จะเขียนด้วยเอกสารนี้ ได้แก่ ข้อความที่มีปริมาณเนื้อหาที่ต่อเนื่อง เช่น ในการกำหนดให้นำเสนอข้อความ ภายในกรอบความรู้หนึ่งที่จะต้องแบ่งข้อความเป็นหลายเฟรมคล้ายกับการนำเสนอด้วยสไลด์หรืองาน Presentation  อื่น ๆ โดยที่ข้อความในแต่ละเฟรมที่นำเสนอต้องการให้แสดงผลภายในกรอบความรู้ที่ตำแหน่งเดียวกัน

เทคนิคสร้างการนำเสนอสื่อข้อความ (Text Techniques)
       การเขียนเอกสารสื่อข้อความเพื่อนำเสนอผ่านจอภาพคอมพิวเตอร์หรือกรอบแสดงเนื้อหาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ผู้ออกแบบควรคำนึงถึงหลักการ ดังนี้
1. เลือกใช้แบบอักษร (Font) ที่อ่านง่ายๆ และใช้แบบอักษรที่สอดคล้องกันภายในจอภาพ หรือใช้แบบอักษร
    ไม่เกิน 3 แบบ ต่อหนึ่งจอภาพ
2. ควรแบ่งปริมาณข้อความที่พอเหมาะต่อการนำเสนอบนจอภาพ เช่น ใช้ข้อความไม่เกิน 7 แถวต่อหนึ่งจอภาพ     หรืออาจใช้วิธีการนำเสนอด้วยกรอบตัวอักษรเลื่อน (Scroll Text) กรณีมีข้อความปริมาณมาก
3. การนำเสนอเนื้อหาที่มีข้อความในปริมาณที่มากและต่อเนื่องควรกำหนดให้แสดงผลร่วมกับใช้สื่อที่เหมาะสม
    จะทำให้บทเรียน นั้นน่าสนใจ เช่น เสียงบรรยายหรือดนตรี
4. ควรตรวจสอบตัวสะกดและใช้รูปประโยคที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และการใช้สำนวนคำพูด คำพังเพย     คำอุปมาอุปไมย     ถ้าจะให้ปรากฏบนจอภาพควรเป็นถ้อยคำที่สร้างความเข้าใจได้ตรงกัน
5. ควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อความที่มีกรอบตัวอักษรหรือเงาสำหรับการอธิบายเนื้อหา หากต้องการใช้ตัวอักษร
     แบบนี้ ควรเป็นตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่และใช้กับข้อความนำเรื่อง (Heading) เท่านั้น
6. การใช้ข้อความขนาดใหญ่สีขาวบนพื้นสำน้ำเงินจาง ๆ จะก่อให้เกิดการกระตุ้นความสนใจหรือสร้าง
    ความสงสัยของผู้ใช้บทเรียนได้
7. ข้อความที่ต้องการกำหนดให้เกิดเงื่อนไขเพื่อสร้างการเชื่อมโยง (Hyper Text) ไปยังจอภาพอื่น
     ควรขีดเส้นใต้ข้อความนั้นและใช้สีที่แตกต่างจากข้อความตัวพื้นอื่น ๆ
8. หลีกเลี่ยงการใช้สีตัวอักษรอธิบายเนื้อหาที่ตัดกับสีพื้น
9. ใช้ความที่สร้างความเข้าใจง่าย ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำเชิงบังคับหรือละเมิดสิทธิบุคคล

2. เอกสารสื่อกราฟิก (Graphics)
        คำว่า กราฟิก (Graphics) เป็นคำที่มาจากศัพท์ในภาษากรีกว่า “Graphein” ซึ่งหมายถึงการเขียนตัวหนังสือ
และการสื่อสารความหมายโดยการใช้เส้นแล้วความหมายของกราฟิก จึงหมายถึง สื่อที่มุ่งแสดงความจริงหรือ
แสดงความคิดให้เกิดเป็นมโนภาพที่ชัดเจน โดยใช้วิธีวาดรูปและเขียนตัวอักษร ซึ่งอาจจะออกมาในรูปของ
แผนภาพ แผนภูมิ แผนสถิติ หัวเรื่อง การ์ตูน การ์ตูนเรื่อง สัญลักษณ์ ตลอดจนภาพถ่ายที่นำมาใช้เพื่อสื่อความหมายในเรื่องที่แสดงข้อเท็จจริงต่างๆความหมายของกราฟิกดังกล่าวจะเห็นว่ากลวิธีสร้างการนำเสนอบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ส่วนใหญ่จะสื่อความหมายและนำเสนอเนื้อหาด้านกราฟิกเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะสื่อกราฟิกจะเป็นสื่อที่จะเกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ที่ใช้สร้างการมองเห็นการสร้างการดึงดูดความสนใจ ตลอดจนสามารถนำเอามาใช้อธิบายเนื้อหาที่ซับซ้อนได้

เทคนิคสร้างการนำเสนอสื่อกราฟิก (Graphics Techniques)
        สื่อกราฟิคที่ใช้สร้างการนำเสนอผ่านจอภาพคอมพิวเตอร์หรือกรอบแสดงเนื้อหาของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ผู้ออกแบบควรคำนึงถึงหลักการ ดังนี้
1. ใช้กราฟิกเพื่อนำเข้าสู่เนื้อหา
2. หลีกเลี่ยงการใช้กราฟิกที่สับสน รบกวนการรับรู้หรือไม่น่าสนใจ
3. กราฟิกที่นำมาใช้สื่อความหมายที่ชัดเจน ในบางครั้งอาจจะต้องอธิบายองค์ประกอบด้วยข้อความหรือ
    เสียงบรรยาย
4. ออกแบบจังหวะการนำเสนอและจัดองค์ประกอบกราฟิกให้กลมกลืน ไม่ขัดแย้งกัน
5. กราฟิกที่ใช้ต้องสื่อความหมายไปยังเนื้อหา ควรใช้สื่อที่อธิบายได้อย่างชัดเจน ไม่คลุมเครือ

3. เอกสารสื่อภาพเคลื่อนไหว (Digital Movies)
        ภาพเคลื่อนไหวนี้สามารถใช้สัญลักษณ์ภาพจากเทปวิดีโอทั่วไปซึ่งผ่านการถ่ายทำตามแบบแผนที่ได้ออกแบบเอาไว้ แล้วนำภาพ
มาแปลงให้เป็นสัญญาณดิจิตอล ส่วนภาพเคลื่อนไหว (Animation) สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภท
กราฟิกสามมิติ เมื่อได้ไฟล์ภาพตามที่ต้องการแล้วจึงนำไปแปลงไฟล์ภาพประเภท *.AVI หรือ MPEG

เทคนิคสร้างการนำเสนอภาพเคลื่อนไหว (Digital Movies)
- ใช้ภาพวีดีทัศน์เท่าที่จำเป็นจริงๆ บางที่อาจใช้ภาพสร้างจากโปรแกรมสร้างภาพเคลื่อนไหว (Animation)
   แทนก็ได้
- ถ้าต้องการสาธิตวิธีการหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างหนึ่งควรใช้ภาพจากวีดีโอที่นำมาแปลงรหัสข้อมูล (Convert)
   มาเป็นสัญญาณแบบดิจิตอล (Digital)
- ไม่ควรกำหนดขนาดของภาพใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้โปรแกรมบทเรียนอ่าน(Load) ข้อมูลได้ช้า

4. เอกสารสื่อเสียงประกอบ (Audio)
      เสียง (Audio) เป็นการเขียนที่ใช้สำเนาที่เป็นภาษาพูดสำหรับอ่านและบันทึกลงในแถบบันทึกเสียงหรือเทปคาสเซ็ท
โดยอาจ ให้มีเสียงประกอบอื่นๆ ได้ตามความต้องการ เช่น เสียงดนตรี หรือเสียงสัตว์ร้อง การใช้เสียงประกอบ
หากผู้ออกแบบเจาะจงที่จะใช้เสียงใดเป็นกรณีเฉพาะก็ควรจะทำการบันทึกเสียงนั้นแยกต่างหาก เสียงที่อ่านบันทึก
ลงในเทปคาสเซ็ทจะถูกนำมาแปลงให้เป็นสัญญาณดิจิตอล เพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์

เทคนิคสร้างการนำเสนอสื่อเสียงประกอบ (Audio Techniques)
1. บันทึกเสียงให้ชัดเจน ไม่มีเสียงรบกวน
2. การบันทึกเสียงควรให้มีระดับความดังของเสียงที่สม่ำเสมอ เสียงที่บันทึกไม่ควรดังหรือค่อยมากเกินไป
3. ใช้สำนวนภาษาพูดในการเขียนและกำหนดวรรคตอนให้สอดคล้องกับ ภาษาพูด
4. แบ่งวรรคตอนเพื่อการอ่านและจัดลำดับคำบรรยายให้สอดคล้องกับเนื้อหา
5. ถ้าต้องการให้นำเสนอด้วยเสียงพิเศษ ควรระบุเอาไว้เป็นการเฉพาะ
6. ไม่ควรบันทึกเสียงคำบรรยายและซ้อนเสียงพิเศษ (Sound Effects) เข้าด้วยกัน

สรุปเทคนิคการนำเสนอด้วยสื่อผสมชนิดต่าง ๆ ใน CAI
      เทคนิคการเลือกใช้สื่อต่าง ๆ อธิบายมาข้างต้น ผู้ออกแบบ CAI จะต้องนำมาผสมผสานกันให้เหมาะสม และสร้างสรรค์
เพื่อการนำเสนอในจังหวะที่สื่อความหมายอย่างมี บูรณาการซึ่งกันและกัน ได้แก่
1. หลีกเลี่ยงการใช้สื่อรบกวนความสนใจและการรับรู้ของผู้เรียนโดยไม่นำเสนอด้วยสื่อหลายๆ ชนิด ในขณะเดียวกัน เช่น     การใช้เสียงบรรยายในขณะกำลังนำเสนอข้อความหรือกราฟิกอื่นด้วยเทคนิคพิเศษ (Effects) เพราะจะเป็นการ
    เปิดช่องทางรับสารหลายช่องทางในเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาในการฟังและรบกวนการรับรู้ของบุคคล
2. เลือกใช้ชนิดของสื่อ (Media) ให้เหมาะสำหรับการอธิบายเนื้อหาที่แตกต่างกันโดยคำนึงถึงด้านข้อดีและข้อจำกัดใน
    การสร้างการนำเสนอด้วยสื่อแต่ละชนิด
3. ควรนำเสนอข้อความสั้นๆ บนจอภาพ แล้วจึงใช้เสียงบรรยายหรืออธิบายเนื้อหาที่ละเอียดเป็นการขยายความนั้น
4. ใช้เทคนิคหน่วงจังหวะเพื่อสร้างการนำเสนอด้วยสื่อ (Media) ที่มีบูรณาการทั้งในด้านปริมาณและด้านคุณภาพ
5. หลีกเลี่ยงการนำเสนอวิดีโอในช่วงสั้น ๆ ในขณะที่ผู้อ่านยังคงรับรู้อยู่กับสื่อชนิดอื่น
6. ใช้เทคนิคเปลี่ยนผ่าน (Transition) เช่น เทคนิคเปิดภาพ (Wipes) เทคนิคเลือนภาพ (Fade) เป็นต้น เพื่อสร้างการ
    นำเสนอระหว่างจอภาพที่คงที่ไม่สับสน และเทคนิคสร้างการเคลื่อนที่ เพื่อดึงดูดความสนใจในช่วงจังหวะที่เหมาะสม
7. ใช้เทคนิคเปลี่ยนผ่านเพื่อนำเสนอที่เหมาะสม เน้นจังหวะ และรูปแบบการเปลี่ยนผ่านที่ใช้ไม่ควรหลากหลายจนเกินไป

 REF  http://yalor.yru.ac.th/~sirichai/4123612/unit4/multimedia-technique.html

 

 

Comment

Comment:

Tweet

#3 By สุกัญญา (118.174.131.214) on 2013-08-26 14:55

I reading your blog today It was very interesting and informative.

#2 By Creative Logos Gallery (110.37.28.132) on 2010-11-05 01:26

DD[big smile surprised smile

#1 By p (110.77.138.118) on 2010-11-01 12:13